Category Archives: คำไทยนี่นี้มี(ต่าง)ความหมาย

คะ – ค่ะ

ผู้เขียนพบเห็นการใช้คำว่า “คะ – ค่ะ” ผิดบ่อยมากในหมู่สังคมออนไลน์ ซึ่งคำเหล่านี้ถ้ามองผิวเผินไม่ได้คิดอะไรก็ไม่ผิดหนักสาหัสสากรรจ์เพียงใด แต่หากมองกันดีๆ แล้วคำภาษาไทยเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสิ่งเหล่านั้นคือ เสียงวรรณยุกต์ ซึ่งมีเพียงไม่กี่ภาษาในโลกที่มีเสียงเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้ และจากที่กล่าวมาคำสองคำที่ได้เอ่ยไว้ข้างต้นเกี่ยวข้องกับเสียงวรรณยุกต์โดยตรง

โดยคำในภาษาไทย เมื่อมีเสียงวรรณยุกต์ใด ความหมายของคำจะเปลี่ยนไปด้วย เช่นจากที่เคยได้ยินกันบ่อยๆ ก็คงจะเป็น ปา – ป่า – ป้า – ป๊า – ป๋า

ทีนี้เรามาดูคำว่า “คะ – ค่ะ” กันบ้าง

   คำว่า “คะ” เป็นคำอักษรต่ำคู่ มีเสียงวรรรยุกต์เป็นเสียงตรี ใช้สระเสียงสั้น อีกทั้งยังเป็นคำตาย จึงทำให้ตรงกับกฎเกณฑ์หนึ่งที่ว่า คำตายสระเสียงสั้น มีพื้นเสียงวรรณยุกต์เป็นเสียงตรีไม่มีรูปวรรณยุกต์กำกับ ซึ่งมีความหมายที่เกี่ยวข้องกับประโยคคำถาม เช่น ไปไหนคะ?, สนุกมั้ยคะ?

   คำว่า “ค่ะ”  เป็นคำอักษรต่ำคู่เช่นกัน มีเสียงวรรรยุกต์เป็นเสียงโท โดยสังเกตได้จากอักษรต่ำเสียงจะมากกว่ารูป ๑ ขั้นเสียงเสมอ ใช้สระเสียงสั้น อีกทั้งยังเป็นคำตาย ซึ่งมีความหมายที่เกี่ยวข้องกับประโยคบอกเล่าหรือการตอบรับ เช่น สนุกดีค่ะ, ใช่ค่ะ

ฉะนั้นแล้ว คนไทย เยาวชนไทย พึงใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องกันด้วยนะคะ เพื่อรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภาษาไทยไว้ให้อยู่คู่สังคมไทยและประเทศไทยตลอดไป  ขอบคุณค่ะ

Advertisements

ทัศนะ กับ ทรรศนะ

       ทัศนะ – ทรรศนะ.. เป็นคำเดียวกัน หมายความว่า “ความเห็น,เครื่องรู้เห็น,สิ่งที่เห็น,การแสดง” ที่เขียนต่างกันนั้น

       ทัศนะ เขียนตามรูปภาษามคธ( ภาษาถิ่นของภาษาอินเดียโบราณ) ส่วน ทรรศนะ เขียนตามรูปภาษาสันสกฤต แต่เดิมนั้น คำทั้งสองมีกฏเกณฑ์การใช้ที่ค่อนข้างแน่นอน คือ ทัศนะ ใช้ประกอบหน้าศัพท์ เช่น ทัศนคติ – แนวความคิดเห็น

  •       ทัศนวิสัย – ระยะทางไกลสุดที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าและรู้ว่าเป็นอะไร
  •       ทัศนศึกษา – การศึกษานอกสถานที่ หรือท่องเที่ยวเพื่อแสวงหาความรู้

ส่วน ทรรศนะ นั้นใช้ประกอบท้ายศัพท์ เช่น

  • จุลทรรศน์ – กล้อง
  • ส่วน ทรรศนะ นั้นใช้ประกอบท้ายศัพท์ เช่น
  • จุลทรรศน์ – กล้องขยายดูของเล็กให้เป็นเป็นของใหญ่
  • โทรทรรศน์ – กล่องส่องทางไกล หรือกล้องสลัด

       แต่แนวนิยมเช่นนี้ได้เปลี่ยนไปเมื่อปี พ.ศ. 2497 ประเทศไทยเราเริ่มมี “โทรทัศน์” เข้ามา และออกเสียงตรงกับคำว่า “โทรทรรศน์” ที่หมายถึงกล้องส่องทางไกล จึงจำเป็นต้องสะกดให้ต่างกันเป็น “โทรทัศน์”

กริยา กับ กิริยา

       จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่พิสูจน์อักษรงานเขียนต่าง ๆ มา พบว่า มีคำอยู่ ๒ คำที่มักใช้สลับกันอยู่เสมอ คือ คำว่า กริยา กับ กิริยา สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ผู้เขียนสันนิษฐานว่า คงเป็นเพราะ คำว่า กริยา กับ กิริยา เป็นคำที่มีรูปเขียนใกล้เคียงกันและออกเสียง ใกล้เคียงกัน จึงทำให้ผู้ใช้ภาษาเข้าใจว่า ๒ คำดังกล่าวสามารถใช้แทนกันได้เหมือนคำว่า ภรรยา กับ ภริยา หรือคำว่า ปกติ กับ ปรกติ ด้วยเหตุนี้ เพื่อมิให้ผู้อ่านสับสนเมื่อจะนำคำว่า กริยา กับ กิริยา ไปใช้ ผู้เขียนจึงขออธิบายผ่านคอลัมน์ “องค์ความรู้ภาษาไทยโดยราชบัณฑิตยสถาน” เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องตรงความ ดังนี้

      คำว่า กริยา หมายถึง คำที่แสดงอาการของนามหรือสรรพนาม อ่านได้ ๒ แบบ คือ กฺริ-ยา และ กะ-ริ-ยา มาจากคำว่า กฺริยา ในภาษาสันสกฤต เป็น คำที่ใช้ในไวยากรณ์ แบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น กริยานุเคราะห์ หรือ กริยาช่วย หมายถึง กริยาที่ใช้ช่วยกริยาอื่น เช่น คง จะ ถูก น่า กริยาวิเศษณ์ หมายถึง คำวิเศษณ์ใช้ประกอบคำกริยาหรือคำวิเศษณ์ด้วยกันให้มีความแปลกออกไป

      ส่วนคำว่า กิริยา นั้น แม้จะมีรูปเขียนและการออกเสียงที่ใกล้เคียงกัน แต่ใช้ในความหมายที่ต่างกัน โดยหมายถึง การกระทำ; อาการที่แสดงออกมาด้วยกาย, มารยาท มาจากคำว่า กิริยา ในภาษาบาลี มักพบใช้ในคำว่า มีกิริยา หมายถึง มีกิริยาดี อากัปกิริยา หมายถึง กิริยาท่าทาง กิริยามารยาท หมายถึง กิริยาวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อยถูกกาลเทศะ เป็นต้น

      จากที่อธิบายมาข้างต้น จึงสรุปได้ว่า คำว่า กริยา กับ กิริยา เป็นคำที่ใช้ในความหมายต่างกัน ไม่สามารถใช้แทนกันได้ โดยคำว่า กริยา ใช้ในไวยากรณ์ และคำว่า กิริยา ใช้ในการกระทำหรืออาการที่แสดงออกมาด้วยกายเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อข้องใจในการใช้ภาษาไทยติดต่อได้ที่ราชบัณฑิตยสถานโทร.0-2356-0466-70หรือทางอินเทอร์เน็ตที่่ http://www.royin.go.th

 


ทีฆายุโก – ฑีฆายุโก

       เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ไม่ว่าจะเป็น ๕ ธันวาคม หรือ ๑๒ สิงหาคม ก็ตาม เราจะพบป้ายหรือข้อความถวายชัยมงคลว่า “ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา” หรือ “ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี” ตามสถานที่ราชการ หรือ ในหนังสือพิมพ์ ตลอดจนวารสารรายสัปดาห์ รายปักษ์ หรือรายเดือนอยู่ทั่วไป เขียนกันถูกบ้าง ผิดบ้าง แม้จะได้เคยแนะนำทั้งทางวิทยุและข้อเขียนต่าง ๆ อยู่เสมอแล้ว แต่ก็ยังคงมีการเขียนหรือพิมพ์ผิด ๆ อยู่ตลอดมาทุกปี นั่นคือคำว่า “ทีฆายุโก” หรือ “ทีฆายุกา” ซึ่งจะต้องใช้ ท (ทหาร) นั้น บางทีก็ใช้ ฑ (นางมณโฑ) อยู่บ่อย ๆ และ ณ สถานที่ราชการซึ่งมีผู้มีความรู้ด้านบาลี ถึงเปรียญ ๙ ประโยคอยู่มากกว่าหน่วยราชการอื่น ๆ คือ กระทรวงกลาโหม ก็ยังปล่อยให้เขียนผิด ๆ ออกมา ถ้าท่านเดินผ่านหรือนั่งรถผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม และสังเกตดูข้อความถวายชัยมงคลตัวขนาดใหญ่ ชั้นบนของอาคารด้านหน้า ปรากฏว่าเป็น “ฑีฆายุโก โหตุ มหาราชา” ท (ทหาร) ที่คำว่า “ทีฆายุโก) กลายเป็น ฑ (นางมณโฑ) ไป

      คำว่า “ทีฆายุโก” เป็นภาษาบาลี ใช้ ท ทหาร แปลว่า “มีอายุยืน” เมื่อรวมข้อความที่ว่า “ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา” ตามอักษรก็แปลว่า “ขอพระมหาราชจงทรงมีพระชนมายุยั่งยืนนาน” และ “ทีฆายุกา” สำหรับพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถนั้น ก็เป็นการเปลี่ยนรูปตามไวยากรณ์ เพราะ คำว่า “มหาราชา” เป็นปุงลิงค์ คือเพศชาย จึงต้องใช้ “ทีฆายุโก” ส่วน “มหาราชินี” เป็น อิตถีลิงค์ คือ เพศหญิง จึงใช้ “ทีฆายุกา” 

      เหตุที่บางคนเขียนเป็น ฑ นางมณโฑนั้น คงเป็นเพราะตัว ฑ อยู่ใกล้กับ ฆ (ระฆัง) ซึ่งมีหัวหยัก เลยทำให้ ท (ทหาร) มีหัวหยัก เลยกลายเป็น ฑ (นาง มณโฑ) ตามไปด้วย 

      คำในภาษาไทยที่มาจากภาษาบาลีที่เดิมเป็น ท (ทหาร) แล้วมีผู้เขียนเป็น ฑ (นางมณโฑ) ในสมัยก่อน ๆ นั้นมีอยู่หลายคำ เช่นคำว่า “ทูต” ซึ่งเป็นภาษาบาลี ใช้ ท (ทหาร) ก็มีพบอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะในหนังสือเก่าเขียนเป็น “ฑูต” โดยใช้ ฑ (นางมณโฑ) หรือคำว่า “มนเทียรบาล” หนังสือเก่า ๆ เช่นในเรื่อง “กฎมณเฑียรบาล” ก็ดี หรือ “หมู่พระราชมณเฑียร” ก็ดี ที่คำว่า “มณเฑียร” ก็ใช้ ฑ (นางมณโฑ) แต่พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้เขียนเป็น “มนเทียร” ใช้ ท (ทหาร) เพราะคำนี้มาจากคำบาลีว่า “มนฺทิร” ซึ่งแปลว่า “เรือน” เมื่อแผลง อิ เป็น เอีย คำว่า “มนฺทิร” จึงกลายเป็น “มนเทียร” ทำนองเดียวกับแผลงคำว่า “วชิร” เป็น “วิเชียร” หรือ “พาหิร” เป็น “พาเหียร” และ “ปกีรณกะ” เป็น “ปเกียรณกะ” ฉะนั้น 

      ข้าพเจ้าจึงขอร้องให้เขียนคำว่า “ทีฆายุโก” ให้ถูกต้องหน่อย ในฐานะที่เราเป็นประชาชนที่มีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงไม่ควรที่จะใช้ข้อความใด ๆ ที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านให้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ผู้หลักผู้ใหญ่ในหน่วยราชการต่าง ๆ ควรจะได้เอาใจใส่ดูแล และสอดส่องให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่ผู้น้อยหรือผู้เขียนจะทำอย่างไรหรือเขียนอย่างไร ก็ปล่อยเลยตามเลย ข้าพเจ้าคิดว่าถ้าทางกระทรวงกลาโหมพอจะมีเวลาก็ควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง ก่อนจะถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๓๖ 

      นอกจากนั้น ตามหนังสือพิมพ์รายวันแทบทุกฉบับ ก็มีทั้งคำว่า “ทีฆายุโก” (ท ทหาร) และ “ฑีฆายุโก” (ฑ นางมณโฑ) ปะปนกันอยู่ในฉบับเดียวกัน ควรจะได้ระมัดระวังให้มาก ความจริงก็มิได้ทำให้ความหมายเสียไป แต่ไม่ถูกต้องตามหลักภาษาเท่านั้นเอง เพราะคำว่า “ฑีฆ” (ฑ นางมณโฑ) ในภาษาบาลีหรือสันสกฤตที่แปลว่า “ยาว” นั้นไม่มี มีแต่ “ทีฆ” (ท ทหาร) เท่านั้น ความจริงเรื่องนี้ก็ได้พูดกันมาทุกปี แต่การเขียนก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร ยังมีที่ผิด ๆ ให้เห็นอยู่เสมอ แม้จะน้อยลงบ้างก็ตาม ยิ่งคำว่า “ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี” ด้วยแล้ว บางทีก็เขียนเป็น “ทีฆายุโก โหตุ มหาราชินี” และบางทีที่คำว่า “ทีฆายุโก” ใช้ ฑ (นางมณโฑ) หรือ ฑ หัวหยักก็มี แต่ในปัจจุบันการเขียนถูกต้องเกือบ ๑๐๐% แล้ว เพียงแต่คำว่า “ทีฆายุโก” และ “ทีฆายุกา” บางทียังใช้ ฑ (นางมณโฑ) แทน ท (ทหาร) อยู่บ้างเท่านั้น จึงขอร้องให้ช่วยกันระมัดระวังและเขียนให้ถูกต้องหน่อย อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือไม่สำคัญเลย.